วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โรคหนาวผิดปกติ

โรคหนาวผิดปกติ (ตั้งชื่อเอง) อาการจะเป็นคนที่หนาวง่ายมากๆ ขณะที่คนอื่นเค้าว่าอากาศเย็นสบาย แต่เราจะหนาวมากเกินกว่าเหตุ จนบางครั้งต้องหาเสื้อหนาวมาใส่ ในบางครั้งอากาศที่คนอื่นเค้าว่าร้อนจัง เหงื่อออกกันใหญ่ แต่เรากลับรู้สึกว่า สบายๆ ไม่เห็นร้อนเลย... เคยไปหาหมอจีน ที่เค้าสั่งยามาให้ต้ม แต่เราไม่สะดวกที่จะต้มทุกวัน ก็เลยหยุดไป อยากทราบว่า มีวิธีอื่นที่รักษาได้รึป่าวคะ .. "
 
 
ก่อนที่จะตอบ ขอถามคำถามเพิ่มอีกกี่ข้อละกันนะครับ คือ แม้ไม่เป็นหวัดก็มีเสมหะไหมครับ รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียง่ายไหมครับ ปวดปัสสาวะหรือท้องเสียบ่อยไหมครับ ไม่ค่อยหิวน้ำหรือเปล่าครับ เมื่อยเอวเมื่อเข่าไหมครับ ถ้ามีอาการราวๆนี้ด้วยผมก็จะยิ่งชัดเจนในอาการของโรคมากขึ้นไปอีกครับ ผมจะรอคำตอบนะครับคุณ Poppooya
 
 
ส่วนตอนนี้อาการของคุณที่ผม คิดคือ ธาตุหยางพร่อง หรือไม่เพียงพอ อาการนี้พบเจอไม่น้อยครับ เชื่อว่าเพื่อนๆในบลอกหลายคนก็คงเป็นอยู่ บางทีอาจจะไม่ใช่หนาวทั้งตัว แต่มือเท้าเย็นเป็นประจำ
 
หยาง เป็นธาตุแห่งความร้อน แห่งพลัง พอธาตุหยางพร่องร่างกายก็จะมีอาการผิดปกติในด้านนี้ คือกลัวหนาว อ่อนเพลียไม่มีแรง ส่วนวิธีรักษานั้น

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

บ้านหลังแรกหักภาษีไม่คึก! ปชป.ซัดนโยบายสับสน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 25 ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 29 กันยายน-2 ตุลาคมที่ผ่านมา บรรยากาศกลับไม่คึกคักดังที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยก่อนหน้านี้ คาดการณ์กันว่า จะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 1 แสนคน และมียอดขายทะลุ 3 พันล้านบาท ซึ่งได้จากอานิสงส์ของมาตรการหัดภาษีบ้านหลังแรก ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทที่รัฐบาลเข็นออกมาในช่วงก่อนการจัดงานพอดี

          โดยนายสุกิจ ตรัยวนพงศ์ ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 25 กล่าวว่า ตลอด 4 วันของการจัดงานมียอดจองในงานประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งผิดจากเป้าที่ตั้งไว้ถึง 3,000 ล้านบาท ขณะที่มีผู้เข้าชมงานเพียง 80,000 คน จากเดิมที่คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานถึง 100,000 คน และมีผู้ขอสินเชื่อจากธนาคารเพียง 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่า สาเหตุที่บรรยากาศการซื้อบ้านไม่คึกคักเท่าที่ควร เป็นเพราะมาตรการบ้านหลังแรกที่ให้หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่จูงใจ ประชาชนเท่าไหร่นัก และประชาชนส่วนใหญ่ยังรอให้รัฐบาลออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ผนวกกับวิกฤตการณ์เศรษฐกิจในทวีปยุโรป และสถานการณ์น้ำท่วมภายในประเทศ ส่งผลให้คนชะลอการซื้อ

          ขณะที่ผู้เข้าชมงานหลายคนก็ออกมาแสดงความคิดเห็นตรงกันว่า มาตรการบ้านหลังแรกที่หักภาษียังไม่จูงใจ และไม่ได้เป็นส่วนพิจารณาในการตัดสินใจว่าจะซื้อบ้านหรือไม่ อย่างเช่น นางสาวศุภวาภา อิทธิไกวัล พนักงานบริษัทเอกชน วัย 29 ปี ที่กล่าวว่า เตรียมจะซื้อคอนโดฯ ในงบประมาณ 2 ล้านบาทในเร็ว ๆ นี้ แต่มาตรการหักภาษีที่รัฐบาลออกมาก็ไม่ได้เป็นแรงจูงใจให้อยากซื้อเร็วขึ้น ยกเว้นแต่จะมีมาตรการดอกเบี้ย 0% ออกมา

          เช่นเดียวกับนายจรัสพันธุ์ ปัญญาวุฒิวิทย พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่จองคอนโดฯ ราคา 1.6 ล้านบาทภายในงาน กล่าวว่า มาตรการหักภาษีไม่ได้จูงใจให้ซื้อบ้านหลังแรก เพราะรายได้ต่อเดือนที่มียังไม่ถึงขั้นต้องเสียภาษี แต่ที่ตัดสินใจจองคอนโดฯ ในงานนี้ เพราะอยากมีคอนโดฯ เป็นของตัวเอง ไม่ได้เกี่ยวกับนโยบายของรัฐ

          อย่าง ไรก็ตาม ภายหลังที่รัฐบาลออกมาตรการหักภาษีให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรก จนถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้คนชั้นล่างจนถึงคนชั้นกลางเท่าที่ควร ทำให้เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยกู้ให้กับผู้ที่ยังไม่เคยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ในวงเงินรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 0% เป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการบ้านหลังแรกเพิ่มขึ้น ซึ่งการแก้ไขนโยบายดังกล่าว ก็ทำให้ ครม.เงา โดยพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นทันที

          โดยนายสรรเสริญ สมะลาภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเงา กล่าวว่า การที่รัฐบาลเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของโครงการบ้านหลังแรกแต่ละครั้ง ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมาตรการล่าสุดที่จะให้ ธอส.ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 ปี ให้กับบ้านที่มีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านในราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 60% ของจำนวนบ้านทั้งหมดไม่ได้รับความช่วยเหลือ จึงอยากให้รัฐบาลขยายสิทธิ์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และ ครม.ควรจะอนุมัติเรื่องฟรีค่าโอน และค่าจำนอง ดังที่พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงเอาไว้ด้วย

          ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี โฆษก ครม.เงา กล่าวว่า นโยบายปล่อยกู้บ้านหลังแรกโดยให้ดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 3 ปี คล้ายกับที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ทำไว้ แต่การให้สิทธิ์เฉพาะบ้านที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท จะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะซื้อบ้านใน กทม.และปริมณฑล เนื่องจากราคาบ้านโดยเฉลี่ยสูงกว่า 1 ล้านบาทแล้ว