ฝนตกทุกวันแบบนี้ พ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายคงมีปัญหากับการซักผ้าแล้วไม่แห้ง ผลที่ตามมาก็คือเสื้อผ้าเหม็นอับ ไม่อยากพบปัญหาดังกล่าว ลองดูวิธีต่อไปนี้
กลิ่นอับมารังควาน งานนี้ต้องใช้ผู้ช่วย
คุณ อาจเลือกเบคกิ้งโซดาหรือผงฟูมาเป็นผู้ช่วยในการขจัดกลิ่นอับบนเสื้อผ้า เพียงผสมผงฟู 3-4 ช้อนลงในน้ำ 1 กะละมัง นำผ้าลงแช่สักครู่ หรือจะลองแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนก็สามารถทำได้ ถ้ากลัวว่ากลิ่นอับจะยังติดทน แล้วค่อยซักตามปกติ จากนั้นอาจจะใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มผสมในน้ำสุดท้ายด้วยก็ได้ เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่คำเตือนก็คือ เสื้อผ้าที่บอบบางมากๆ อาจไม่เหมาะกับวิธีการนี้
ผึ่งแดดก็ได้ ง่ายนิดเดียว
วิธี นี้ง่ายแต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่รับรองว่าได้ผล นั่นคือ เมื่อคุณพบเสื้อผ้ามีกลิ่นอับ สิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือ เอาเสื้อผ้าชุดนั้นไปผึ่งแดดในวันที่แดดจ้าฟ้าใสก่อนสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ “ไอแดด” ได้ชโลมตัวบนเสื้อผ้า จากนั้นจึงค่อยนำไปซัก ซักเสร็จแล้วนำไปตากกลางแจ้ง รับรองกลิ่นอับไม่กลับมาแน่นอน
วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สูงสุดคืนสู่สามัญ สะใภ้มหาเศรษฐีกรีซกลายเป็นหญิงเก็บขยะ
เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกว่าน่าจะเป็นประโชนย์สำหรับคนหลายคน ถึงแม้เขาจะไม่ได้ทำตัวเองให้จนแต่อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นนอน เพราะถ้าหากเขาเก็บเงินตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่บ้างเงินก็คงมีพอที่จะใช้จนถึงเขาเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ รายงานภาพสุดแร้นแค้นของ ออลก้า โอนาสซิส วัย 90 ปี สะใภ้ตระกูลโอนาสซิส มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในกรีซ ได้ตกอับเปลี่ยนสถานะจากมหาเศรษฐีกลายเป็นหญิงเก็บขยะ ชีวิตตกอับสุด ๆ ถึงขั้นต้องกินอาหารแจกฟรีในโบสถ์
โดยในอดีต ออลก้า โอนาสซิส ได้แต่งงานกับนายจอร์จิโอ โอนาสซิส ลูกพี่ลูกน้องของ "อริสโตเติล โอนาสซิส" มหาเศรษฐีราชาแห่งการเดินเรือชาวกรีก ที่มีบริษัทนับน้อยและหุ้นส่วนธนาคาร โรงแรม อู่ต่อเรืออีกนับไม่ถ้วน ทำให้ชีวิตหลังแต่งงานของเธออยู่อย่างสุขสบาย เป็นที่อิจฉาของผู้หญิงทั่วประเทศ เพราะตระกูลโอนาสซิสนั้นร่ำรวยชนิดที่ว่าใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมด
แต่ ต่อมา หลังจากที่นายจอร์จิโอได้เสียชีวิตลง ชีวิตของนางออลก้าก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป และในที่สุดเมื่อ อริสโตเติล โอนาสซิส ได้เสียชีวิตลงอีกในปี 1975 ชีวิตเธอก็เหมือนถูกลอยแพ แต่ก็ยังคงได้รับค่าเลี้ยงดูจากตระกูลโอนาสซิส ตามที่อริสโตเติลได้สั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิตอยู่ โดยได้รับเงินเป็นจำนวนประมาณ 350,000 บาทต่อปี
แต่ แล้วเมื่อ 6 ปีก่อน ชีวิตเธอก็ถึงคราวตกอับอย่างที่สุด เมื่อรัฐบาลกรีซได้ประกาศเลื่อนการถือครองมรดกของตระกูลโอนาสซิสให้กับ เอธีนา โอนาสซิส หลานสาวของอริสโตเติลซึ่งเป็นทายาทของตระกูล โดยทางรัฐบาลได้ระบุว่า เอธีนา ยังอายุไม่ถึง 18 ปี จึงไม่สามารถถือครองมรดกได้
คำสั่งจากรัฐบาลกรีซดังกล่าวจึงส่งผลให้ตระกูลโอนาสซิสไม่จ่ายเงินค่าเลี้ยง ดูให้กับ นางออลก้า โอนาสซิส ซึ่งถึงแม้ว่าตอนนั้นเธอจะติดต่อไปยัง เอธีนา แล้ว แต่ฝ่ายนั้นก็หลบหน้าไม่ยอมออกมาชี้แจงแต่อย่างใด นางออลก้าในวัย 84 ในตอนนั้นจึงเริ่มไม่มีเงินใช้ และยากจนลงเรื่อย ๆ ซึ่งแม้ว่าเธอจะได้เงินบำนาญสวัสดิการรัฐอยู่ แต่มันก็ไม่เพียงพอ แถมยังถูกตัดเงินเหลือประมาณ 11,000 บาทต่อเดือน อันเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจของกรีซ ทำให้ไม่มีเงินเพียงพอที่จะยังชีพ จึงต้องตระเวนตามกองขยะเพื่อหาเสื้อผ้าเก่าใช้ ส่วนอาหารนั้น เธอก็ไปรับอาหารแจกฟรีในโบสถ์ในกรุงเอเธนส์เพื่อประทังชีวิตจนถึงทุกวันนี้
ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/63934
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ รายงานภาพสุดแร้นแค้นของ ออลก้า โอนาสซิส วัย 90 ปี สะใภ้ตระกูลโอนาสซิส มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในกรีซ ได้ตกอับเปลี่ยนสถานะจากมหาเศรษฐีกลายเป็นหญิงเก็บขยะ ชีวิตตกอับสุด ๆ ถึงขั้นต้องกินอาหารแจกฟรีในโบสถ์
โดยในอดีต ออลก้า โอนาสซิส ได้แต่งงานกับนายจอร์จิโอ โอนาสซิส ลูกพี่ลูกน้องของ "อริสโตเติล โอนาสซิส" มหาเศรษฐีราชาแห่งการเดินเรือชาวกรีก ที่มีบริษัทนับน้อยและหุ้นส่วนธนาคาร โรงแรม อู่ต่อเรืออีกนับไม่ถ้วน ทำให้ชีวิตหลังแต่งงานของเธออยู่อย่างสุขสบาย เป็นที่อิจฉาของผู้หญิงทั่วประเทศ เพราะตระกูลโอนาสซิสนั้นร่ำรวยชนิดที่ว่าใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมด
แต่ ต่อมา หลังจากที่นายจอร์จิโอได้เสียชีวิตลง ชีวิตของนางออลก้าก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป และในที่สุดเมื่อ อริสโตเติล โอนาสซิส ได้เสียชีวิตลงอีกในปี 1975 ชีวิตเธอก็เหมือนถูกลอยแพ แต่ก็ยังคงได้รับค่าเลี้ยงดูจากตระกูลโอนาสซิส ตามที่อริสโตเติลได้สั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิตอยู่ โดยได้รับเงินเป็นจำนวนประมาณ 350,000 บาทต่อปี
แต่ แล้วเมื่อ 6 ปีก่อน ชีวิตเธอก็ถึงคราวตกอับอย่างที่สุด เมื่อรัฐบาลกรีซได้ประกาศเลื่อนการถือครองมรดกของตระกูลโอนาสซิสให้กับ เอธีนา โอนาสซิส หลานสาวของอริสโตเติลซึ่งเป็นทายาทของตระกูล โดยทางรัฐบาลได้ระบุว่า เอธีนา ยังอายุไม่ถึง 18 ปี จึงไม่สามารถถือครองมรดกได้
คำสั่งจากรัฐบาลกรีซดังกล่าวจึงส่งผลให้ตระกูลโอนาสซิสไม่จ่ายเงินค่าเลี้ยง ดูให้กับ นางออลก้า โอนาสซิส ซึ่งถึงแม้ว่าตอนนั้นเธอจะติดต่อไปยัง เอธีนา แล้ว แต่ฝ่ายนั้นก็หลบหน้าไม่ยอมออกมาชี้แจงแต่อย่างใด นางออลก้าในวัย 84 ในตอนนั้นจึงเริ่มไม่มีเงินใช้ และยากจนลงเรื่อย ๆ ซึ่งแม้ว่าเธอจะได้เงินบำนาญสวัสดิการรัฐอยู่ แต่มันก็ไม่เพียงพอ แถมยังถูกตัดเงินเหลือประมาณ 11,000 บาทต่อเดือน อันเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจของกรีซ ทำให้ไม่มีเงินเพียงพอที่จะยังชีพ จึงต้องตระเวนตามกองขยะเพื่อหาเสื้อผ้าเก่าใช้ ส่วนอาหารนั้น เธอก็ไปรับอาหารแจกฟรีในโบสถ์ในกรุงเอเธนส์เพื่อประทังชีวิตจนถึงทุกวันนี้
ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/63934
วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554
หลักในการเลือกซื้อที่นอน
ก่อนอื่นในการเลือกซื้อที่นอนคุณต้องถามตัวเองว่าชอบนอนที่นอนแข็งหรือนุ่ม ที่นอนที่จะใช้ใส่เตียงนอนหรือไม่ ทีนี้เรามาดูข้อแนะนำในการเข้าห้างร้านเฟอร์นิเจอร์เพื่อเลือกซื้อที่นอน วันนี้จึงมีลักษณะและข้อดีข้อเสียของที่นอนแต่ละประเภทมาบอกท่านทั้งหลายที่ตอนนี้กำลังมองหาที่นอนที่จะทำให้ท่านทั้งหลายนอนหลับได้สบาย
1. ที่นอนนุ่น ข้อดีคือคุณสามารถยกที่นอนมาผึ่งแดดได้เพราะที่นอนแบ่งเป็นสามท่อนต่อกัน แต่ต้องระวังให้ดีว่าต้องซื้อกับผู้ผลิตที่ใช้แต่นุ่นใหม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่ปนเศษผ้า เศษฝ้ายหรือวัสดุอื่น และต้องเลือกที่ใช้ผ้าไหมญี่ปุ่นจะทนกว่าผ้าย่นหนังไก่(ข้อสังเกตุผ้าไหม ญี่ปุ่นจะเลื่อมและมันวาวปักซ่อนลายดอกไม้อยู่ในเนื้อผ้าแต่ ผ้าย่นหนังไก่จะเป็นลายดอกไม้แดงๆและเป็นขน) ที่สำคัญที่นอนนุ่นแท้จะตบดูจะแน่นมากแต่เวลายกดูจะเบา ที่สำคัญถ้าคุณไม่ใช้เตียงนอนไม่แนะนำที่นอนนุ่นแบบต่อสามท่อนเพราะไม่มีขอบเตียงบังคับที่นอนจะขยับไม่ติดกัน (ราคาโดยประมาณ 6ฟุตหนา8นิ้ว ประมาณ 5000 บาท)
2. ที่นอนฟองน้ำ ใยมะพร้าว
ข้อดีคือราคาไม่แพงมาก ปัจจุบันแบ่งที่นอนประเภทนี้เป็นสามแบบ
ที่นอน๑ระบบ คือใยมะพร้าวล้วน ข้อดีคือจะยุบยาก แต่จะเหมาะสำหรับคนนอนที่นอนแข็งได้ ความหนามีตั้งแต่ ๔ นิ้ว ๖นิ้วและ๘ นิ้ว กรณีใยมะพร้าวอย่างดี หนาเต็ม ๘ นิ้ว ราคาพอพอกับที่นอนสปริงเลยทีเดียว
ที่นอน๒ระบบคือที่นอนที่ใช้วัสดุอย่างละครึ่งหรืออาจจะไม่เท่ากันก็ได้ แต่ประกอบด้วยฟองน้ำและใยมะพร้าว นี่แหละครับคือที่มาของปัญหาที่นอนยุบ เช่นที่นอนฟองน้ำใยมะพร้าว หนา๖ นิ้ว สองระบบ อาจจะใช้ใยมะพร้าว ๓ นิ้วฟองน้ำ ๓ นิ้ว หรือใย ๔นิ้ว ฟองน้ำ๒นิ้ว เวลาที่นอนยุบเกิดจากในส่วนฟองน้ำที่ไม่ได้คุณภาพยุบก่อนทำให้ใยมะพร้าวที่ติดกันอยู่หย่อนลงทำให้ที่นอนเป็นหลุมหรือแอ่งนั่นเอง
ดังนั้นถ้าจะเลือกใช้ที่นอนประเภทนี้ต้องคำนึงถึงคุณภาพของฟองน้ำให้มากมาก
ที่นอน๓ระบบ วัสดุ ภายในจะเป็นลักษณะ แซนวิช คือมีใยมะพร้าวอยู่ตรงกลาง บนและล่างจะเป็นฟองน้ำ ที่นอนประเภทนี้อยู่ที่การจัดวาง ขนาดความหนาและเกรดของใยและฟองน้ำถ้าเหมาะสมก็จะไม่ค่อยเกิดอาการที่นอนยุบ เหมือนประเภท ๒ ระบบครับ
3.ที่นอนสปริง
ที่นอนสปริงเป็นที่นิยมกันมาก เทคโนโลยีของสปริงมาจากเมืองนอก กรณีที่ใช้ลูกสปริงที่ได้มาตรฐานและจัดวางวัสดุได้มีคุณภาพถือว่าเป็นตัว เลือกที่น่าสนใจที่สุด สังเกตุง่ายๆเวลาเราไปพักตาม รีสอร์ท โรงแรม จะใช้ที่นอนสปริงทั้งนั้น ไม่ดีจริง ไม่ทนจริง โรงแรม คงไม่ใช้ เปลี่ยนบ่อยๆคงขาดทุนยับครับติดแต่เรื่องราคาที่ค่อนข้างสูงถ้าเป็นสปริงแท้ ว่าแต่ส่วนใหญ่ถ้าผู้ซื้อไม่ค่อยสู้ราคานักก็ได้เพียงที่นอนขดลวดไปนอนแทน วันดีคืนดีก็มีเส้นลวดแทงออกมาให้อึ้ง ทึ่ง เสียวกันเล่นๆ ราคาของที่นอนสปริงจะถูกกำหนดด้วย ตัวโครงสร้าง ก่อนอื่นบอกไว้ก่อนเลยว่าราคาขายที่ต่ำกว่า ห้า หกพันบาทสำหรับ ขนาด 6ฟุต มองผ่านได้เลยครับ ไม่มีทางได้ของดี ยกเว้นร้านค้าที่ไว้ใจได้แต่คิดไม่แพงก็ควรจะอยู่ที่ สี่พันบาท แต่ร้านทั่วไปลืมไปได้เลย ความหนาของที่นอนสปริงเริ่มต้นที่ ๘ นิ้วขึ้นไป เพราะถูกบังคับด้วยตัวลูกสปริงที่สูงประมาณ ๕ถึง๖ นิ้วแล้ว ผ้าที่หุ้มที่นอน ตามโรงแรมใช้ ผ้าริ้วเทา เพราะค่อนข้างทน (คล้ายๆผ้ายีนส์แต่บางกว่าและเป็นทางยาวสีเทาขาว) แต่ ทั่วไปจะเป็นผ้านอก (อันนี้โดนหลอกกันเยอะครับ) นอกต้องนอกจริงๆคือเมืองนอน เช่นผ้าแจกการ์ด เยอรมัน ทุกวันนี้ถ้าราคาไม่เป็นหมื่นเจอผ้าจีน หรือผ้านอกเขตเทศบาลทั้งนั้นแหละครับ
1. ที่นอนนุ่น ข้อดีคือคุณสามารถยกที่นอนมาผึ่งแดดได้เพราะที่นอนแบ่งเป็นสามท่อนต่อกัน แต่ต้องระวังให้ดีว่าต้องซื้อกับผู้ผลิตที่ใช้แต่นุ่นใหม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่ปนเศษผ้า เศษฝ้ายหรือวัสดุอื่น และต้องเลือกที่ใช้ผ้าไหมญี่ปุ่นจะทนกว่าผ้าย่นหนังไก่(ข้อสังเกตุผ้าไหม ญี่ปุ่นจะเลื่อมและมันวาวปักซ่อนลายดอกไม้อยู่ในเนื้อผ้าแต่ ผ้าย่นหนังไก่จะเป็นลายดอกไม้แดงๆและเป็นขน) ที่สำคัญที่นอนนุ่นแท้จะตบดูจะแน่นมากแต่เวลายกดูจะเบา ที่สำคัญถ้าคุณไม่ใช้เตียงนอนไม่แนะนำที่นอนนุ่นแบบต่อสามท่อนเพราะไม่มีขอบเตียงบังคับที่นอนจะขยับไม่ติดกัน (ราคาโดยประมาณ 6ฟุตหนา8นิ้ว ประมาณ 5000 บาท)
2. ที่นอนฟองน้ำ ใยมะพร้าว
ข้อดีคือราคาไม่แพงมาก ปัจจุบันแบ่งที่นอนประเภทนี้เป็นสามแบบ
ที่นอน๑ระบบ คือใยมะพร้าวล้วน ข้อดีคือจะยุบยาก แต่จะเหมาะสำหรับคนนอนที่นอนแข็งได้ ความหนามีตั้งแต่ ๔ นิ้ว ๖นิ้วและ๘ นิ้ว กรณีใยมะพร้าวอย่างดี หนาเต็ม ๘ นิ้ว ราคาพอพอกับที่นอนสปริงเลยทีเดียว
ที่นอน๒ระบบคือที่นอนที่ใช้วัสดุอย่างละครึ่งหรืออาจจะไม่เท่ากันก็ได้ แต่ประกอบด้วยฟองน้ำและใยมะพร้าว นี่แหละครับคือที่มาของปัญหาที่นอนยุบ เช่นที่นอนฟองน้ำใยมะพร้าว หนา๖ นิ้ว สองระบบ อาจจะใช้ใยมะพร้าว ๓ นิ้วฟองน้ำ ๓ นิ้ว หรือใย ๔นิ้ว ฟองน้ำ๒นิ้ว เวลาที่นอนยุบเกิดจากในส่วนฟองน้ำที่ไม่ได้คุณภาพยุบก่อนทำให้ใยมะพร้าวที่ติดกันอยู่หย่อนลงทำให้ที่นอนเป็นหลุมหรือแอ่งนั่นเอง
ดังนั้นถ้าจะเลือกใช้ที่นอนประเภทนี้ต้องคำนึงถึงคุณภาพของฟองน้ำให้มากมาก
ที่นอน๓ระบบ วัสดุ ภายในจะเป็นลักษณะ แซนวิช คือมีใยมะพร้าวอยู่ตรงกลาง บนและล่างจะเป็นฟองน้ำ ที่นอนประเภทนี้อยู่ที่การจัดวาง ขนาดความหนาและเกรดของใยและฟองน้ำถ้าเหมาะสมก็จะไม่ค่อยเกิดอาการที่นอนยุบ เหมือนประเภท ๒ ระบบครับ
3.ที่นอนสปริง
ที่นอนสปริงเป็นที่นิยมกันมาก เทคโนโลยีของสปริงมาจากเมืองนอก กรณีที่ใช้ลูกสปริงที่ได้มาตรฐานและจัดวางวัสดุได้มีคุณภาพถือว่าเป็นตัว เลือกที่น่าสนใจที่สุด สังเกตุง่ายๆเวลาเราไปพักตาม รีสอร์ท โรงแรม จะใช้ที่นอนสปริงทั้งนั้น ไม่ดีจริง ไม่ทนจริง โรงแรม คงไม่ใช้ เปลี่ยนบ่อยๆคงขาดทุนยับครับติดแต่เรื่องราคาที่ค่อนข้างสูงถ้าเป็นสปริงแท้ ว่าแต่ส่วนใหญ่ถ้าผู้ซื้อไม่ค่อยสู้ราคานักก็ได้เพียงที่นอนขดลวดไปนอนแทน วันดีคืนดีก็มีเส้นลวดแทงออกมาให้อึ้ง ทึ่ง เสียวกันเล่นๆ ราคาของที่นอนสปริงจะถูกกำหนดด้วย ตัวโครงสร้าง ก่อนอื่นบอกไว้ก่อนเลยว่าราคาขายที่ต่ำกว่า ห้า หกพันบาทสำหรับ ขนาด 6ฟุต มองผ่านได้เลยครับ ไม่มีทางได้ของดี ยกเว้นร้านค้าที่ไว้ใจได้แต่คิดไม่แพงก็ควรจะอยู่ที่ สี่พันบาท แต่ร้านทั่วไปลืมไปได้เลย ความหนาของที่นอนสปริงเริ่มต้นที่ ๘ นิ้วขึ้นไป เพราะถูกบังคับด้วยตัวลูกสปริงที่สูงประมาณ ๕ถึง๖ นิ้วแล้ว ผ้าที่หุ้มที่นอน ตามโรงแรมใช้ ผ้าริ้วเทา เพราะค่อนข้างทน (คล้ายๆผ้ายีนส์แต่บางกว่าและเป็นทางยาวสีเทาขาว) แต่ ทั่วไปจะเป็นผ้านอก (อันนี้โดนหลอกกันเยอะครับ) นอกต้องนอกจริงๆคือเมืองนอน เช่นผ้าแจกการ์ด เยอรมัน ทุกวันนี้ถ้าราคาไม่เป็นหมื่นเจอผ้าจีน หรือผ้านอกเขตเทศบาลทั้งนั้นแหละครับ
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
การกำจัดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้า
ช่วงหน้าฝนแดดไม่ค่อยออกหลายบ้านอาจมีปัญหากลิ่นอับภายในบ้านวันนี้จึงมีวิธีในการจำกัดกลิ่นอับภายในตู้เสื้อผ้ามาฝากค่ะ
ใช้น้ำส้มสายชู - วางขนมปังในจานแล้วเทน้ำส้มสายชูลงไปพอชุ่ม ๆวางไว้ในตู้เสื้อผ้าประมาณ 24 ชั่วโมงจากนั้นจึงยกออกจะลดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าและกลิ่นแล็กเกอร์ได้
ที่สำคัญ..หากใช้วิธีนี้ให้ระวังมดด้วย
สบู่ - แกะสบู่ใส่ถ้วยวางไว้ในตู้เสื้อผ้าจะช่วยลดกลิ่นอับและป้องกันแมลงได้ด้วย
ใช้น้ำส้มสายชู - วางขนมปังในจานแล้วเทน้ำส้มสายชูลงไปพอชุ่ม ๆวางไว้ในตู้เสื้อผ้าประมาณ 24 ชั่วโมงจากนั้นจึงยกออกจะลดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าและกลิ่นแล็กเกอร์ได้
ที่สำคัญ..หากใช้วิธีนี้ให้ระวังมดด้วย
สบู่ - แกะสบู่ใส่ถ้วยวางไว้ในตู้เสื้อผ้าจะช่วยลดกลิ่นอับและป้องกันแมลงได้ด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
