วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โรคหนาวผิดปกติ

โรคหนาวผิดปกติ (ตั้งชื่อเอง) อาการจะเป็นคนที่หนาวง่ายมากๆ ขณะที่คนอื่นเค้าว่าอากาศเย็นสบาย แต่เราจะหนาวมากเกินกว่าเหตุ จนบางครั้งต้องหาเสื้อหนาวมาใส่ ในบางครั้งอากาศที่คนอื่นเค้าว่าร้อนจัง เหงื่อออกกันใหญ่ แต่เรากลับรู้สึกว่า สบายๆ ไม่เห็นร้อนเลย... เคยไปหาหมอจีน ที่เค้าสั่งยามาให้ต้ม แต่เราไม่สะดวกที่จะต้มทุกวัน ก็เลยหยุดไป อยากทราบว่า มีวิธีอื่นที่รักษาได้รึป่าวคะ .. "
 
 
ก่อนที่จะตอบ ขอถามคำถามเพิ่มอีกกี่ข้อละกันนะครับ คือ แม้ไม่เป็นหวัดก็มีเสมหะไหมครับ รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียง่ายไหมครับ ปวดปัสสาวะหรือท้องเสียบ่อยไหมครับ ไม่ค่อยหิวน้ำหรือเปล่าครับ เมื่อยเอวเมื่อเข่าไหมครับ ถ้ามีอาการราวๆนี้ด้วยผมก็จะยิ่งชัดเจนในอาการของโรคมากขึ้นไปอีกครับ ผมจะรอคำตอบนะครับคุณ Poppooya
 
 
ส่วนตอนนี้อาการของคุณที่ผม คิดคือ ธาตุหยางพร่อง หรือไม่เพียงพอ อาการนี้พบเจอไม่น้อยครับ เชื่อว่าเพื่อนๆในบลอกหลายคนก็คงเป็นอยู่ บางทีอาจจะไม่ใช่หนาวทั้งตัว แต่มือเท้าเย็นเป็นประจำ
 
หยาง เป็นธาตุแห่งความร้อน แห่งพลัง พอธาตุหยางพร่องร่างกายก็จะมีอาการผิดปกติในด้านนี้ คือกลัวหนาว อ่อนเพลียไม่มีแรง ส่วนวิธีรักษานั้น

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

บ้านหลังแรกหักภาษีไม่คึก! ปชป.ซัดนโยบายสับสน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 25 ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 29 กันยายน-2 ตุลาคมที่ผ่านมา บรรยากาศกลับไม่คึกคักดังที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยก่อนหน้านี้ คาดการณ์กันว่า จะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 1 แสนคน และมียอดขายทะลุ 3 พันล้านบาท ซึ่งได้จากอานิสงส์ของมาตรการหัดภาษีบ้านหลังแรก ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทที่รัฐบาลเข็นออกมาในช่วงก่อนการจัดงานพอดี

          โดยนายสุกิจ ตรัยวนพงศ์ ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 25 กล่าวว่า ตลอด 4 วันของการจัดงานมียอดจองในงานประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งผิดจากเป้าที่ตั้งไว้ถึง 3,000 ล้านบาท ขณะที่มีผู้เข้าชมงานเพียง 80,000 คน จากเดิมที่คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานถึง 100,000 คน และมีผู้ขอสินเชื่อจากธนาคารเพียง 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่า สาเหตุที่บรรยากาศการซื้อบ้านไม่คึกคักเท่าที่ควร เป็นเพราะมาตรการบ้านหลังแรกที่ให้หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่จูงใจ ประชาชนเท่าไหร่นัก และประชาชนส่วนใหญ่ยังรอให้รัฐบาลออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ผนวกกับวิกฤตการณ์เศรษฐกิจในทวีปยุโรป และสถานการณ์น้ำท่วมภายในประเทศ ส่งผลให้คนชะลอการซื้อ

          ขณะที่ผู้เข้าชมงานหลายคนก็ออกมาแสดงความคิดเห็นตรงกันว่า มาตรการบ้านหลังแรกที่หักภาษียังไม่จูงใจ และไม่ได้เป็นส่วนพิจารณาในการตัดสินใจว่าจะซื้อบ้านหรือไม่ อย่างเช่น นางสาวศุภวาภา อิทธิไกวัล พนักงานบริษัทเอกชน วัย 29 ปี ที่กล่าวว่า เตรียมจะซื้อคอนโดฯ ในงบประมาณ 2 ล้านบาทในเร็ว ๆ นี้ แต่มาตรการหักภาษีที่รัฐบาลออกมาก็ไม่ได้เป็นแรงจูงใจให้อยากซื้อเร็วขึ้น ยกเว้นแต่จะมีมาตรการดอกเบี้ย 0% ออกมา

          เช่นเดียวกับนายจรัสพันธุ์ ปัญญาวุฒิวิทย พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่จองคอนโดฯ ราคา 1.6 ล้านบาทภายในงาน กล่าวว่า มาตรการหักภาษีไม่ได้จูงใจให้ซื้อบ้านหลังแรก เพราะรายได้ต่อเดือนที่มียังไม่ถึงขั้นต้องเสียภาษี แต่ที่ตัดสินใจจองคอนโดฯ ในงานนี้ เพราะอยากมีคอนโดฯ เป็นของตัวเอง ไม่ได้เกี่ยวกับนโยบายของรัฐ

          อย่าง ไรก็ตาม ภายหลังที่รัฐบาลออกมาตรการหักภาษีให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรก จนถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้คนชั้นล่างจนถึงคนชั้นกลางเท่าที่ควร ทำให้เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยกู้ให้กับผู้ที่ยังไม่เคยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ในวงเงินรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 0% เป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการบ้านหลังแรกเพิ่มขึ้น ซึ่งการแก้ไขนโยบายดังกล่าว ก็ทำให้ ครม.เงา โดยพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นทันที

          โดยนายสรรเสริญ สมะลาภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเงา กล่าวว่า การที่รัฐบาลเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของโครงการบ้านหลังแรกแต่ละครั้ง ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมาตรการล่าสุดที่จะให้ ธอส.ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 ปี ให้กับบ้านที่มีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านในราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 60% ของจำนวนบ้านทั้งหมดไม่ได้รับความช่วยเหลือ จึงอยากให้รัฐบาลขยายสิทธิ์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และ ครม.ควรจะอนุมัติเรื่องฟรีค่าโอน และค่าจำนอง ดังที่พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงเอาไว้ด้วย

          ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี โฆษก ครม.เงา กล่าวว่า นโยบายปล่อยกู้บ้านหลังแรกโดยให้ดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 3 ปี คล้ายกับที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ทำไว้ แต่การให้สิทธิ์เฉพาะบ้านที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท จะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะซื้อบ้านใน กทม.และปริมณฑล เนื่องจากราคาบ้านโดยเฉลี่ยสูงกว่า 1 ล้านบาทแล้ว

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิธีแก้ปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับ

      ฝนตกทุกวันแบบนี้ พ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายคงมีปัญหากับการซักผ้าแล้วไม่แห้ง ผลที่ตามมาก็คือเสื้อผ้าเหม็นอับ ไม่อยากพบปัญหาดังกล่าว ลองดูวิธีต่อไปนี้

 กลิ่นอับมารังควาน งานนี้ต้องใช้ผู้ช่วย
     
       คุณ อาจเลือกเบคกิ้งโซดาหรือผงฟูมาเป็นผู้ช่วยในการขจัดกลิ่นอับบนเสื้อผ้า เพียงผสมผงฟู 3-4 ช้อนลงในน้ำ 1 กะละมัง นำผ้าลงแช่สักครู่ หรือจะลองแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนก็สามารถทำได้ ถ้ากลัวว่ากลิ่นอับจะยังติดทน แล้วค่อยซักตามปกติ จากนั้นอาจจะใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มผสมในน้ำสุดท้ายด้วยก็ได้ เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่คำเตือนก็คือ เสื้อผ้าที่บอบบางมากๆ อาจไม่เหมาะกับวิธีการนี้

 ผึ่งแดดก็ได้ ง่ายนิดเดียว
     
       วิธี นี้ง่ายแต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่รับรองว่าได้ผล นั่นคือ เมื่อคุณพบเสื้อผ้ามีกลิ่นอับ สิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือ เอาเสื้อผ้าชุดนั้นไปผึ่งแดดในวันที่แดดจ้าฟ้าใสก่อนสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ “ไอแดด” ได้ชโลมตัวบนเสื้อผ้า จากนั้นจึงค่อยนำไปซัก ซักเสร็จแล้วนำไปตากกลางแจ้ง รับรองกลิ่นอับไม่กลับมาแน่นอน

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สูงสุดคืนสู่สามัญ สะใภ้มหาเศรษฐีกรีซกลายเป็นหญิงเก็บขยะ

เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกว่าน่าจะเป็นประโชนย์สำหรับคนหลายคน ถึงแม้เขาจะไม่ได้ทำตัวเองให้จนแต่อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นนอน เพราะถ้าหากเขาเก็บเงินตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่บ้างเงินก็คงมีพอที่จะใช้จนถึงเขาเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ รายงานภาพสุดแร้นแค้นของ ออลก้า โอนาสซิส วัย 90 ปี สะใภ้ตระกูลโอนาสซิส มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในกรีซ ได้ตกอับเปลี่ยนสถานะจากมหาเศรษฐีกลายเป็นหญิงเก็บขยะ ชีวิตตกอับสุด ๆ ถึงขั้นต้องกินอาหารแจกฟรีในโบสถ์

          โดยในอดีต ออลก้า โอนาสซิส ได้แต่งงานกับนายจอร์จิโอ โอนาสซิส ลูกพี่ลูกน้องของ "อริสโตเติล โอนาสซิส" มหาเศรษฐีราชาแห่งการเดินเรือชาวกรีก ที่มีบริษัทนับน้อยและหุ้นส่วนธนาคาร โรงแรม อู่ต่อเรืออีกนับไม่ถ้วน ทำให้ชีวิตหลังแต่งงานของเธออยู่อย่างสุขสบาย เป็นที่อิจฉาของผู้หญิงทั่วประเทศ เพราะตระกูลโอนาสซิสนั้นร่ำรวยชนิดที่ว่าใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมด

          แต่ ต่อมา หลังจากที่นายจอร์จิโอได้เสียชีวิตลง ชีวิตของนางออลก้าก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป และในที่สุดเมื่อ อริสโตเติล โอนาสซิส ได้เสียชีวิตลงอีกในปี 1975 ชีวิตเธอก็เหมือนถูกลอยแพ แต่ก็ยังคงได้รับค่าเลี้ยงดูจากตระกูลโอนาสซิส ตามที่อริสโตเติลได้สั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิตอยู่ โดยได้รับเงินเป็นจำนวนประมาณ 350,000 บาทต่อปี

           แต่ แล้วเมื่อ 6 ปีก่อน ชีวิตเธอก็ถึงคราวตกอับอย่างที่สุด เมื่อรัฐบาลกรีซได้ประกาศเลื่อนการถือครองมรดกของตระกูลโอนาสซิสให้กับ เอธีนา โอนาสซิส หลานสาวของอริสโตเติลซึ่งเป็นทายาทของตระกูล โดยทางรัฐบาลได้ระบุว่า เอธีนา ยังอายุไม่ถึง 18 ปี จึงไม่สามารถถือครองมรดกได้

          คำสั่งจากรัฐบาลกรีซดังกล่าวจึงส่งผลให้ตระกูลโอนาสซิสไม่จ่ายเงินค่าเลี้ยง ดูให้กับ นางออลก้า โอนาสซิส ซึ่งถึงแม้ว่าตอนนั้นเธอจะติดต่อไปยัง เอธีนา แล้ว แต่ฝ่ายนั้นก็หลบหน้าไม่ยอมออกมาชี้แจงแต่อย่างใด นางออลก้าในวัย 84 ในตอนนั้นจึงเริ่มไม่มีเงินใช้ และยากจนลงเรื่อย ๆ ซึ่งแม้ว่าเธอจะได้เงินบำนาญสวัสดิการรัฐอยู่ แต่มันก็ไม่เพียงพอ แถมยังถูกตัดเงินเหลือประมาณ 11,000 บาทต่อเดือน อันเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจของกรีซ ทำให้ไม่มีเงินเพียงพอที่จะยังชีพ จึงต้องตระเวนตามกองขยะเพื่อหาเสื้อผ้าเก่าใช้ ส่วนอาหารนั้น เธอก็ไปรับอาหารแจกฟรีในโบสถ์ในกรุงเอเธนส์เพื่อประทังชีวิตจนถึงทุกวันนี้

ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/63934

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หลักในการเลือกซื้อที่นอน

   ก่อนอื่นในการเลือกซื้อที่นอนคุณต้องถามตัวเองว่าชอบนอนที่นอนแข็งหรือนุ่ม ที่นอนที่จะใช้ใส่เตียงนอนหรือไม่ ทีนี้เรามาดูข้อแนะนำในการเข้าห้างร้านเฟอร์นิเจอร์เพื่อเลือกซื้อที่นอน วันนี้จึงมีลักษณะและข้อดีข้อเสียของที่นอนแต่ละประเภทมาบอกท่านทั้งหลายที่ตอนนี้กำลังมองหาที่นอนที่จะทำให้ท่านทั้งหลายนอนหลับได้สบาย


1. ที่นอนนุ่น
ข้อดีคือคุณสามารถยกที่นอนมาผึ่งแดดได้เพราะที่นอนแบ่งเป็นสามท่อนต่อกัน แต่ต้องระวังให้ดีว่าต้องซื้อกับผู้ผลิตที่ใช้แต่นุ่นใหม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่ปนเศษผ้า เศษฝ้ายหรือวัสดุอื่น และต้องเลือกที่ใช้ผ้าไหมญี่ปุ่นจะทนกว่าผ้าย่นหนังไก่(ข้อสังเกตุผ้าไหม ญี่ปุ่นจะเลื่อมและมันวาวปักซ่อนลายดอกไม้อยู่ในเนื้อผ้าแต่ ผ้าย่นหนังไก่จะเป็นลายดอกไม้แดงๆและเป็นขน) ที่สำคัญที่นอนนุ่นแท้จะตบดูจะแน่นมากแต่เวลายกดูจะเบา    ที่สำคัญถ้าคุณไม่ใช้เตียงนอนไม่แนะนำที่นอนนุ่นแบบต่อสามท่อนเพราะไม่มีขอบเตียงบังคับที่นอนจะขยับไม่ติดกัน (ราคาโดยประมาณ 6ฟุตหนา8นิ้ว ประมาณ 5000 บาท)

2. ที่นอนฟองน้ำ ใยมะพร้าว
    ข้อดีคือราคาไม่แพงมาก ปัจจุบันแบ่งที่นอนประเภทนี้เป็นสามแบบ
    ที่นอน๑ระบบ คือใยมะพร้าวล้วน ข้อดีคือจะยุบยาก แต่จะเหมาะสำหรับคนนอนที่นอนแข็งได้ ความหนามีตั้งแต่ ๔ นิ้ว ๖นิ้วและ๘ นิ้ว กรณีใยมะพร้าวอย่างดี หนาเต็ม ๘ นิ้ว ราคาพอพอกับที่นอนสปริงเลยทีเดียว
    ที่นอน๒ระบบคือที่นอนที่ใช้วัสดุอย่างละครึ่งหรืออาจจะไม่เท่ากันก็ได้ แต่ประกอบด้วยฟองน้ำและใยมะพร้าว นี่แหละครับคือที่มาของปัญหาที่นอนยุบ เช่นที่นอนฟองน้ำใยมะพร้าว หนา๖ นิ้ว สองระบบ อาจจะใช้ใยมะพร้าว ๓ นิ้วฟองน้ำ ๓ นิ้ว  หรือใย ๔นิ้ว ฟองน้ำ๒นิ้ว  เวลาที่นอนยุบเกิดจากในส่วนฟองน้ำที่ไม่ได้คุณภาพยุบก่อนทำให้ใยมะพร้าวที่ติดกันอยู่หย่อนลงทำให้ที่นอนเป็นหลุมหรือแอ่งนั่นเอง
    ดังนั้นถ้าจะเลือกใช้ที่นอนประเภทนี้ต้องคำนึงถึงคุณภาพของฟองน้ำให้มากมาก

    ที่นอน๓ระบบ  วัสดุ ภายในจะเป็นลักษณะ แซนวิช คือมีใยมะพร้าวอยู่ตรงกลาง บนและล่างจะเป็นฟองน้ำ ที่นอนประเภทนี้อยู่ที่การจัดวาง ขนาดความหนาและเกรดของใยและฟองน้ำถ้าเหมาะสมก็จะไม่ค่อยเกิดอาการที่นอนยุบ เหมือนประเภท ๒ ระบบครับ

3.ที่นอนสปริง 
    ที่นอนสปริงเป็นที่นิยมกันมาก เทคโนโลยีของสปริงมาจากเมืองนอก กรณีที่ใช้ลูกสปริงที่ได้มาตรฐานและจัดวางวัสดุได้มีคุณภาพถือว่าเป็นตัว เลือกที่น่าสนใจที่สุด  สังเกตุง่ายๆเวลาเราไปพักตาม รีสอร์ท โรงแรม จะใช้ที่นอนสปริงทั้งนั้น ไม่ดีจริง ไม่ทนจริง โรงแรม คงไม่ใช้ เปลี่ยนบ่อยๆคงขาดทุนยับครับติดแต่เรื่องราคาที่ค่อนข้างสูงถ้าเป็นสปริงแท้ ว่าแต่ส่วนใหญ่ถ้าผู้ซื้อไม่ค่อยสู้ราคานักก็ได้เพียงที่นอนขดลวดไปนอนแทน วันดีคืนดีก็มีเส้นลวดแทงออกมาให้อึ้ง ทึ่ง เสียวกันเล่นๆ      ราคาของที่นอนสปริงจะถูกกำหนดด้วย ตัวโครงสร้าง ก่อนอื่นบอกไว้ก่อนเลยว่าราคาขายที่ต่ำกว่า ห้า หกพันบาทสำหรับ ขนาด 6ฟุต มองผ่านได้เลยครับ ไม่มีทางได้ของดี ยกเว้นร้านค้าที่ไว้ใจได้แต่คิดไม่แพงก็ควรจะอยู่ที่ สี่พันบาท แต่ร้านทั่วไปลืมไปได้เลย  ความหนาของที่นอนสปริงเริ่มต้นที่ ๘ นิ้วขึ้นไป เพราะถูกบังคับด้วยตัวลูกสปริงที่สูงประมาณ ๕ถึง๖ นิ้วแล้ว ผ้าที่หุ้มที่นอน ตามโรงแรมใช้ ผ้าริ้วเทา เพราะค่อนข้างทน (คล้ายๆผ้ายีนส์แต่บางกว่าและเป็นทางยาวสีเทาขาว)    แต่ ทั่วไปจะเป็นผ้านอก (อันนี้โดนหลอกกันเยอะครับ) นอกต้องนอกจริงๆคือเมืองนอน เช่นผ้าแจกการ์ด เยอรมัน ทุกวันนี้ถ้าราคาไม่เป็นหมื่นเจอผ้าจีน หรือผ้านอกเขตเทศบาลทั้งนั้นแหละครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การกำจัดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้า

ช่วงหน้าฝนแดดไม่ค่อยออกหลายบ้านอาจมีปัญหากลิ่นอับภายในบ้านวันนี้จึงมีวิธีในการจำกัดกลิ่นอับภายในตู้เสื้อผ้ามาฝากค่ะ
ใช้น้ำส้มสายชู  - วางขนมปังในจานแล้วเทน้ำส้มสายชูลงไปพอชุ่ม ๆวางไว้ในตู้เสื้อผ้าประมาณ 24 ชั่วโมงจากนั้นจึงยกออกจะลดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าและกลิ่นแล็กเกอร์ได้
ที่สำคัญ..หากใช้วิธีนี้ให้ระวังมดด้วย


สบู่      -   แกะสบู่ใส่ถ้วยวางไว้ในตู้เสื้อผ้าจะช่วยลดกลิ่นอับและป้องกันแมลงได้ด้วย

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

การแต่งบ้านสไตล์คันทรี

บ้านสไตล์คันทรี เปรียบเสมือนบ้านในฝันของผู้ที่รักชนบท ความงามแห่งธรรมชาติ ที่ผสานกันอยู่ในสายลมอ่อนๆ กลิ่นหอมของไอดินซึ่งได้สูญหายไปจากชีวิตประจำวันของ คนกรุงนานมาแล้ว   ซึ่งสะท้อนความมีชีวิตชีวาที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติจากผืนแผ่นดินที่เป็น ต้นกำเนิด ของต้นไม้ทุกต้น ดอกไม้ทุกดอกต้นน้ำลำธารที่อุดมไปด้วยปลาและพันธุ์ไม้น้ำซึ่ง ช่วยสร้างความสมดุลย์ให้กับชีวิตธรรมชาติ และบ้านสไตล์คันทรี่ เป็นรูปแบบของบ้านที่มีจุดเด่นของความเป็นธรรมชาติอย่างมาก รูปทรงของบ้านสไตล์คันทรี่มีความหลากหลายตามสภาพที่ตั้ง และขนาดของพื้นที่ที่ทำการปลูกสร้างบ้านสไตล์คันทรี่นั้นๆ วัสดุตกแต่งบ้านมักเป็นวัสดุที่ทำมาจาก ไม้ หิน อิฐ หรือวัตถุดิบทางธรรมชาติที่สามารถหาได้ง่าย ตัวบ้านมีการประดับลวดลาย การแกะสลัก สีสันของผ้าม่านที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น บ้านสไตล์คันทรี่ส่วนใหญ่มักมีองค์ประกอบที่เชื่อมต่อกับตัวบ้านไปยังสวนอัน ร่มรื่น เช่น ระเบียงบ้าน มุขหน้าบ้าน ระเบียงหลังคาโปร่ง ประตูไม้บานกว้าง เป็นต้น ซึ่งส่วนบริเวณสวนก็เป็นส่วนสำคัญของการจัดตกแต่งบ้านสไตล์คันทรี่เช่นกัน ที่เจ้าของบ้านสามารถปลูกพืชพรรณที่หลากหลายตามความชอบ หรือปลูกพืนสวนครัวไว้ใช้งานได้จริง และปลูกพืชให้ร่มเงาเพื่อจัดเป็นสถานที่หรือพื้นที่พักผ่อนได้ต่อไปในอนาคต